สายตรงนายก

ปลัด

ร้องเรียนร้องทุกข์

เบี้ยยังชีพ

คู่มือประชาชน

สำรวจความคิดเห็น

บริการปรึกษาข้อกฏหมายท้องถิ่น

Tourist Infomation Online

ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่

ข่าวสารอาเซียน

ระบบบันทึกสถิติการเกิดอุบัติเหตุ

ตรวจเช็คอีเมล

ระบบจัดการบริหารเว็บไซต์

EGP

ข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา



สถิติการเข้าชม เริ่มวันที่ 24/07/2557
วันนี้
66
เมื่อวานนี้
61
เดือนนี้
846
เดือนที่แล้ว
2,251
ปีนี้
18,301
ปีที่แล้ว
30,362
ทั้งหมด
90,450
ไอพี ของคุณ
75.101.173.236


หมู่บ้านอนุรักษ์กล้วยไม้ฟ้ามุ่ยท้องถิ่นบ้านปงไคร้
   บ้านปงไคร้ก่อตั้งเมื่อไหร่ไม่ปรากฏหลักฐานแต่จากการบอกเล่าสืบกันมามีการเข้ามาอยู่อาศัยของชาวบ้านนานแล้วและประมาณปี พ.ศ.2551 ชาวบ้านที่นี่ได้จัดให้มีการบวชป่าเพื่อรักษาป่าไม้ต้นน้ำขึ้นจึงได้มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและ ภาคเอกชนเข้ามาร่วมกิจกรรมบวชป่าในครั้งนี้  และเมื่อหลายหน่วยงานเข้ามาเห็นป่าชุมชนบ้านปงไคร้ ต่างคนก็มีความคิดที่ค่อนข้างที่จะตรงกันว่าน่าจะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางธรรมชาติ เพราะว่าเป็นป่าต้นน้ำที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์  และมีพรรณไม้ที่หายากอยู่หลายชนิดอย่าง  เช่น กล้วยไม้ฟ้ามุ่ย  และกล้วยไม้ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์อีกหลายชนิด จนกระทั่งปีพ.ศ. 2553  ทางองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแยง ได้จัดให้มีการสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในตำบลโป่งแยงขึ้น  ทางชุมชนบ้านปงไคร้จึงได้บรรจุป่าอนุรักษ์ต้นน้ำปงไคร้เข้าในรายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ปี พ.ศ. 2554 มีภาคเอกชนเข้ามาเสนอโครงการท่องเที่ยวเข้ากับชุมชนใช้ชื่อโครงการนี้ว่า กระรอกบิน  ก็สร้างรายได้ให้กับชุมชนในระดับหนึ่ง  โดยการเช่าพื้นที่ดำเนินการในชุมชน และจ้างงานในชุมชน   แต่ปัจจุบันหมู่บ้านปงไคร้ได้มีผู้ประกอบการได้เปิดที่พักและรีสอร์ทขึ้นมาอยู่หลายที่ ทางชุมชนจึงมีความคิดร่วมกันว่าน่าจะเปิดการท่องเที่ยวโดยชุมชนโดยนำเอากิจกรรมที่ชุมชนทำประกอบอาชีพอยู่แล้วมาเป็นจุดขายเช่น
๑.    โครงการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยซึ่งเป็นไม้ประจำถิ่น
๒.    โครงการท่องเที่ยวหมู่บ้านเชิงเกษตรกรรม  มีดอกเบญจมาศพริกหวาน สตรอเบอรี่
๓.    โครงการท่องเที่ยวเดินป่า  ดูพรรณไม้หายากเช่น  กล้วยไม้ฟ้ามุ่ยและพรรณไม้หายากอีกหลายชนิด
๔.    โครงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีประเพณีแห่ต้นแคร่ในวันลอยกระทง  ประเพณีมัดมือเดือนเก้า
และมีสถานที่ทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญโดยมีพระอุโบสถ สถาปัตยกรรมแบบล้านนาที่สวยงามมากและจากการที่ชุมชนบ้านปงไคร้ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมปล่อยต้นแม่พันธ์ฟ้ามุ่ยที่พร้อมออกดอกจำนวน 76 ต้น ในเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2551 ในป่าธรรมชาติไปแล้วนั้น ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2552 องค์การสวนพฤกษศาสตร์ร่วมกับ ผศ.อุดม นวพานิชย์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้จัดกิจกรรมเพิ่มเติม เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้เชิงอนุรักษ์ โดยสอนชาวบ้าน  ให้เรียนรู้เทคนิคการเพาะเมล็ดกล้วยไม้ในสภาพปลอดเชื้อ ซึ่งชาวบ้านได้ทดลองปฏิบัติจริง ทั้งการเตรียมอาหารเพาะเลี้ยง การเพาะเมล็ด และการย้ายต้นกล้ากล้วยไม้ในตู้เพาะเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อ ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับกลุ่มชาวบ้านที่เข้ามาอบรมในครั้งนั้น เป็นอย่างยิ่ง ความมุ่งมั่น ในการเพาะเลี้ยงฟ้ามุ่ย ซึ่งเป็นกล้วยไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้าน ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกันอย่างจริงจัง นำ โดย คุณศิฐิณัฐ หลวงหล้าหรือพ่อนัย ประธานกลุ่ม ที่เป็นแกนนำ ไปขอความอนุเคราะห์ให้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ช่วยถ่ายทอดเทคนิคในการเพาะเลี้ยง 
  องค์การสวนพฤกษศาสตร์ก็ได้รับงบประมาณให้ดำเนินการโครงการอนุรักษ์ฟ้ามุ่ยแบบบูรณาการ ประกอบไปด้วยการศึกษาวิจัยทางด้านนิเวศวิทยาและชีววิทยา เพื่อให้เข้าใจการดำรงชีวิตของฟ้ามุ่ยในสภาพธรรมชาติ พร้อมทั้งศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของฟ้ามุ่ย และยังศึกษาผลของสารอาหารและสารเร่งการเจริญเติบโตของต้นกล้าฟ้ามุ่ย นอกจากนี้ยังทำ การศึกษาอัตราการอยู่รอดหลังปล่อยฟ้ามุ่ยในสภาพกึ่งธรรมชาติ เพื่อ เป็นแนวทางในการส่งเสริมและผลักดันให้เป็นหมู่บ้านฟ้ามุ่ย รองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอนาคต เป้าหมายของโครงการศึกษาวิจัยชุดนี้ คือ การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ อย่างยั่งยืน โดยการสร้างองค์ความรู้เพื่อนำ ไปประยุกต์ใช ้ซึ่งมีหมู่บ้านปงไคร้ เป็นพื้น ที่นำ ร่องหมู่บ้านฟ้ามุ่ย กิจกรรมการทดลองนำต้นกล้าฟ้ามุ่ยที่ได้จากการเพาะเมล็ด ไปติดบนต้นไม้ในหมู่บ้าน 5 ชนิด ได้แก่ มะม่วง มะขาม เฮือด ขนุน และไทร ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2553 จำนวน 260 ต้น พบว่า อัตราการรอดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2553 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2554 ค่อนข้างสูง คือ 98.48% เมื่อเปรียบเทียบอัตราการรอดของ
ฟ้ามุ่ยบนต้นไม้แต่ละชนิดพบว่า ไม่มีความแตกต่างกันใช้ให้เห็นว่าการติดบนต้นไม้ในหมู่บ้านปงไคร้ ซึ่งเป็นพื้น ที่ๆ อยู่ใกล้กับแหล่งที่อยู่อาศัยของฟ้ามุ่ยตามธรรมชาติได้ผลดี เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญของฟ้ามุ่ย 
   นอกจากนี้ยังทำ การติดตามอัตราการรอดของต้นกล้าฟ้ามุ่ย ที่นำไปปล่อยในป่าดิบเขา บนต้นก่อแป้น ก่อเดือย แข้งกวาง เหมือดตบ เหมือดคน แคทราย เก็ดเขาควาย บริเวณศูนย์รวมพรรณไม้ที่สูงของสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พบว่า เมื่อนำไปติดบนต้นไม้ดังกล่าวตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2553 ถึง มีนาคม 2554 มีอัตราการรอดเฉลี่ย 87.62% โดยฟ้ามุ่ยบนต้นเหมือดคน เหมือดตบ และเก็ดเขาควาย มีอัตราการรอดสูงสุดคือ 100%
   หมู่บ้านปงไคร้แห่งนี้ มีกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ฟ้ามุ่ยที่หลากหลาย ได้แก่ การปล่อยต้นแม่พันธุ์ฟ้ามุ่ย เพื่อฟื้นฟูประชากรธรรมชาติ การเพาะขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อ การปลูกเลี้ยงต้นกล้าในโรงเรือน นอกจากนั้นกลุ่มชาวบ้านยังได้มีโอกาสไปร่วมงานนิทรรศการ เพื่อ เผยแพร่กิจกรรมของกลุ่ม รวมถึงมีกลุ่มนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศที่เข้ามาดูงาน อีกทั้งยังเสริมสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มชาวบ้าน โดยการนำต้นกล้ากล้วยไม้บางส่วนไปจำหน่าย นับเป็นการก้าวเดินไปสู่การเป็นหมู่บ้านฟ้ามุ่ย ที่มีการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม  
 
 
ข้อมูลจาก : http://www.qsbg.org/Database/Article/Image/vijai.pdf
 

 
10 กรกฎาคม 2557